จบงานคอสเพลย์มาราธอนสองงานคือ Big Festival กับ ZEN มาได้สองวัน ก็มีเรื่องมาให้ถกกันกับเพื่อนๆผมหลายคน ผมจะไม่เรียกหรอกนะว่ามันเป็นสนิม แต่ผมจะพูดไปตรงๆเลยว่ามันเป็นเรื่องที่บัดซบสิ้นดี
ประเด็นแรกได้อ่าน Blog ของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่แต่งคอสเพลย์ประกวด หวังไว้สูงแต่ว่าไม่ได้อะไรพาลๆก็บ่นว่าเสียใจ เสียดาย และไม่มีโอกาสจะได้แต่งคอสอีกแล้วเพราะไม่สามารถทำให้พ่อ-แม่ และเพื่อน เข้าใจได้... อันนี้ผมก็ค่อนข้างงงว่า เด็กๆสมัยนี้จะเป็นจะตายอะไรนักหนากับการประกวด เท่าที่ผมประกวดมาหลายๆเวที หลายๆงาน ผมไม่เคยบอกคนในครอบครัวเลยว่าไปทำอะไรที่ไหน เพราะโดยไอ้คำที่เขาบอกว่า "แต่งตัวบ้าๆ" ทำให้ผมไม่อยากจะไปอธิบายอะไรให้เขาฟังอีก ก็แต่งๆไป ปีละหนสองหน เลยแต่งไปเก้าปีซะได้ รางวัลก็มีตั้งแต่ชนะเลิศจนกระทั่งตกรอบ ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นการพิสูจน์อะไรเลยสักนิด เพียงแต่ผมเป็นคนที่ชอบแสดง ถ้างานคอสมีการแสดงและมีโอกาสเหมาะสม ผมก็จะไปประกวดแน่ๆ (แต่ช่วงปีสองปีหลังจะไม่มีโอกาสเลย) ถ้าเป็นคอสแบบเดินแฟชั่น ผมจะไม่เอาด้วยตาม Entry คอสเพลย์บ่นๆที่เคยเขียนมาหลายๆอัน วิธีการที่จะทำให้คุณมีโอกาสลุ้นกับการประกวด มันก็ไม่ยากก็คือ ให้ดูแปลก ดูโดดเด่น และดูเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจ ชุดไม่เปอร์เฟค แต่การแสดงโดดเด่น คุณก็พอจะมีโอกาส (แต่ขอให้ทำใจไว้ด้วยว่า อาจจะสู้กับพวกที่ลงทุนชุดอลังค์ร่วมหมื่นบาทแบบนี้ก็ปล่อยๆเขาไปเถอะ) วิธีการดูว่าการแสดงของคุณจะดีไหมก็คือ ถามเพื่อนและแสดงให้เพื่อนหลายๆคนได้ดู เขาจะบอกเองว่าเป็นยังไง เป็นการทดลองเบื้องต้น อย่าได้ริอาจไปลองของจริง ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์พอ เดี๋ยวพอไม่ได้ดังหวัง มันก็จะกลายเป็นเหมือนเขื่อนกั้นน้ำพังทลาย
ประเด็นที่สองพลังนินทา ไอ้เรื่องนินทามันมีในทุกชนชั้นทุกระดับน่ะล่ะ ส่วนใหญ่จะชอบเอาเรื่องของคนอื่นไปพูดให้คนอื่นๆฟัง ไอ้ที่โชคร้ายเกิดไปพูดให้ไอ้คนที่ถูกนินทาได้ยินแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่การนินทาแล้วมันจะเป็นการดูหมิ่น เรื่องของเรื่องคือแล้วจะไปนินทาเขาทำไมให้มันมากนัก คนก็ไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย ไม่ได้เคยเป็นเพื่อนกันมาซะหน่อย ไม่ได้บ้านอยู่ข้างๆแล้วบาดหมางกันซะหน่อย พอนินทาไปมีคนบอกๆต่อ เดี๋ยวมันก็จะเริ่มลาม ไฟก็เริ่มลุกไหม้เหมือนไหม้สลัมคลองเตย ไหม้แล้วเรื่องก็จะใหญ่ดีไม่ดีก็สร้างความบาดหมางให้กับกลุ่มใหญ่ๆ ปากคนมันคะนองได้ทุกเมื่อ แม้แต่ตัวผมเองก็เถอะเรื่องนินทาคนอื่นนี่ชอบเหมือนกัน แต่เราก็ต้องจำกัดวงให้อยู่แต่ในกลุ่มอย่าให้มันหลุดออกไป หลุดแล้วจะเป็นเรื่องทุกข์... คนพวกนี้ก็แปลกชอบหาเรื่องใส่ตัวกันจัง เอ๋ รึว่าเมื่อก่อนเราก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ???? แล้วยิ่งถ้ามีมือที่สองมือที่สามมือที่มองไม่เห็น มาพูดๆคุ้ยๆช่วยแก้ตัวแล้วเรื่องมันวุ่ยวานมากๆ ผมก็จะบอกไว้เลยว่า "ช่างหัวแม่ง"
ประเด็นที่สาม อันนี้อ่านแล้วฮาๆขำขำ ผมอยากจะพูดอะไรไว้สักนิดว่า สังคมคอสเพลย์มันมีมาได้ไม่นานนัก คนรุ่นแก่ๆที่อยู่ในแวดวงคอสเพลย์สิบปีนี่ แทบเรียกได้ว่าเห็นหน้าค่าตากันหมด (ไม่เชื่อไปดูรูปเก่าๆในเว็บผมก็ได้ เห็นแล้วจะแอบฮา) ดังนั้นมันจึงไม่ใช่อะไรที่เป็นสิ่งที่เป็นวงกว้างนัก แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ ปริมาณคนคอสมันเยอะขึ้นรูปแบบการคอสเปลี่ยนไป นิสัยคนคอสก็เปลี่ยนไปอีกต่างหาก จนผมเริ่มไม่เข้าใจนิสัยเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่แล้วว่าเขาคอสเพื่ออะไรกัน...โอยปวดหัว เรื่องของเด็กๆมัน... ผมรู้จักคอสเพลย์ตอนอายุ 21 ปี(เริ่มแต่งตอนอายุ 22 ปี) รู้จักมาแล้ว 10 ปี คงไม่ต้องมาเดาอายุปัจจุบันกันแล้วล่ะ แต่ผมก็สงสัยว่าเด็กบางคนรู้จักคอสเพลย์มา 10 ปีเท่ากับผม ทำไมถึงได้คิดไม่เหมือนกับผมล่ะ ทั้งๆที่ก็น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในแวดวงนี้มาเหมือนๆกัน ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแฮะ
ผมมองว่าคอสเพลย์มันก็เป็นกิจกรรมช่วยเติมเต็มอะไรให้คนรักศิลปินรักเกมรักการ์ตูน ให้ได้ทำสิ่งอะไรที่เป็นความท้าทายแปลกใหม่ให้กับตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่เป็นความนิยมทำให้นำสมัย ทำให้โดดเด่น... พอคุณแก่ตัวอายุมากขึ้นกลับมาดูสิ่งที่คุณทำไว้ในอดีตคุณอาจจะมานั่งฮากับตอนนั้น (เหมือนผมในตอนนี้ก็ได้) ผมให้เกียรติคนคอสทุกคนเป็นระดับเดียวๆกัน ไม่มีมาพูดหรอกว่า น้องAอย่างนั้น น้องBอย่างนี้ ผมไม่อยากให้ตัวเองดูแก่ว่ะ !!! เมื่ออยู่ในแวดวงนี้นะ
แต่เรื่องของประสบการณ์นี่ยอมรับเลยว่าช่วยสอนอะไรได้มาก อย่างวันที่ไปยืนดูคอสเพลย์ประเภทไอด้อล และประเภททีม ผมบอกตรงๆว่า ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรมากนัก เมื่อมารู้ว่าหลายๆคนไม่ได้เตรียมบท ไม่ได้ซ้อมล่วงหน้า อาศํยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ผมรู้สึกในใจขึ้นมาว่าคุณดูถูกการประกวดกันเกินไปหน่อยหรือเปล่า ผมยังคิดถึงการประกวดที่ช่วยสร้างเสียงหัวเราะ เสียงเฮฮาที่ไม่มีแม่ยกมาเกี่ยวข้องแบบสมัยก่อนๆขึ้นมาเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่ามันจะมีกลับมาอีกครั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ !!
(ภาพ VDO ที่ผมแสดงเมื่อ ปี 2004 หรือเมื่อสี่ปีก่อน)
เลยไม่เห็นมีใครมาตั้งประเด็นอะไรกันเห็นแต่เเชร์ภาพ,ความสนุกในงาน อะไรประมาณนั้น
มาริโอ๊วววว