2008/Mar/13

ความจริงแล้วเรื่องนี้ผมก็เอะใจตั้งแต่สมัยเริ่มๆศึกษาประวัติศาสตร์การรบสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อราวๆ 5-6 ปีก่อนว่า มันมีหลายแบบหลายปัจจัยที่ผู้แต่งเรื่องกันดั้มได้นำรูปแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้นมาเขียนอ้างอิง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ตำนานกันดั้ม UC ได้มีการเขียนเติมแต่ง แทรกเนื้อเรื่องเพิ่มเติมเข้าไปในระหว่างยุคสมัยต่างๆ มากเสียจนผม "ขี้เกียจ" จะเอาเข้ามาจำไว้ในหัวสมอง...และหลายๆอย่างที่เขียนเข้ามาใหม่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้อ้างอิงอะไรเลย เมื่อเทียบกับช่วงสมัยของกันดั้มภาคแรกที่เรียกว่า สงคราม 1 ปี


(ความคิดที่จะเขียน entry นี้ มาจากการได้เห็นภาพๆนี้)

ในที่นี้ผมจะขอพูดถึง MS - โมบิลสูท เป็นหลัก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุดเลยว่ามีความคล้ายคลึงกับประวัติศาสตร์รถถังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่มากพอสมควร
=====================================
ฝ่ายกองทัพซีอ้อน (Zeon)


MS Zaku กับ รถถัง Panzer ของเยอรมัน
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังรถถังของเยอรมันเข้ารุกรานโปแลนด์ในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1939 ด้วยวิธีการที่เรียกว่า blitzkrieg (หรือสงครามสายฟ้าแล่บ) กองกำลังที่เป็นหัวหอกของการบุกครั้งนี้ก็คือ กองกำลังยานเกราะที่เรียกว่า รถถัง Panzer โดยรถถัง Panzer นั้นเป็นรถถังหลักของเยอรมันในช่วงการรบช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคนั้นรถถังของเยอรมันใช้แนวคิดใหม่ ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารถถังของประเทศมหาอำนาจอื่นๆไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส หรือ แม้แต่สหรัฐอเมริกาเองก็ตาม ในระหว่างสงครามรถถัง Panzer จะถูกผลิตขึ้นมาหลายรุ่นโดยใช้ชื่อว่า Panzer Mk-II , Mk-III , Mk-IV จนไปถึง Mk-VII (แต่ตั้งแต่รุ่น Mk-V เป็นต้นไป จะมีชื่อเฉพาะเรียก จึงไม่ขอจัดเข้ากลุ่มกับรถถัง panzer ธรรมดา) รถถัง Panzer ได้สร้างความน่าเกรงขามให้กับบรรดาประเทศต่างๆในเรื่องของการรบที่รวดเร็วและรุ่นแรง ตลอดช่วงสงคราม เยอรมันผลิตรถถัง Pazer MkI ถึง Mk-VI ประเภทที่เป็นป้อมปืนที่หมุนได้รอบทิศ รวมทั้งสิ้นราวๆ 2หมื่นคัน ยังไม่นับรวมกับประเภทที่เป็นแบบติดปืนตายตัวไม่มีป้อมปืนอีกกว่าหมื่นคัน แต่เหตุที่ทำให้กองกำลังรถถังที่แข็งแกร่งของเยอรมันพ่ายแพ้ ก็เนื่องมาจากการขาดการปกป้อง+สนับสนุนจากทางอากาศ กองทัพเยอรมันไม่สามารถปกป้องน่านฟ้าตัวเองได้ รวมไปถึงการที่ถูกทิ้งระเบิดในพื้นที่ๆเป็นโรงงานผลิตยุทธปัจจัยหลายๆอย่าง

ซึ่งก็เหมือนกับ Zaku ในเรื่องกันดั้มที่เป็นหัวหอกในการโจมตีของสงคราม 1 ปี ช่วงแรก Zaku ที่ใช้ก็จะเป็นรุ่น Zaku-I จากนั้นก็พัฒนามาเป็น Zaku-II เป็นกำลังรบหลักของกองทัพซีอ้อน ที่ผลิตออกมาจำนวนมาก แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม แต่ไม่รู้ทำไมโดนโมบิลสูทเทพที่บังคับโดยนักเรียนวิศวะคนหนึ่ง ฟันตายในดาบเดียว...


MS Dom/Rick Dom กับ รถถัง Tiger ของเยอรมัน
รถถัง Panzer Mk-VI หรือ Tiger เป็นรถถังที่กองทัพเยอรมันผลิตขึ้น โดยความต้องการที่จะมีสุดยอดรถถังไว้ต่อกรกับกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร แนวความคิดหลักของคนเยอรมันก็คือ คุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณ ผลก็คือกองทัพเยอรมันได้ตัดสินใจเลือกแบบรถถังจากบริษัท เฮมเชล ที่ชนะการประกวดการสร้างรถถังรุ่นใหม่ครั้งนั้น รถถัง Tiger ปรากฏโฉมครั้งแรกในช่วงปีค.ศ. 1942 สร้างความน่าสะพึงกลัวต่อรถถังข้าศึกเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่า รถถังไทเกอร์นั้น ใหญ่ หนัก มีเกราะที่หนาขนาดที่ปืนหลักที่ติดบนรถถังหลักทั่วไปของกองทัพสัมพันธมิตรในตอนนั้นคือปืนขนาด 75 ม.ม. ยิงที่ระยะ 400 เมตรไม่เข้า ยกเว้นยิงใส่ทางด้านหลัง แต่ไม่ใช่แค่เกราะเท่านั้น ปืนใหญ่ของรถถังไทเกอร์ ได้นำปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 88 มิลลิเมตร(เรียกติดปากว่า ปืน-88) ของบริษัทกรุ๊ฟ มาติดตั้งไว้ จึงทำให้ปืนใหญ่ของรถถังไทเกอร์สามารถยิงเข้าเป้าได้ตั้งแต่ที่ระยะ 1 ก.ม. ซึ่งก็แทบจะไร้เทียมทาน เพราะถ้าสู้กันแต่รถถังสัมพันธมิตรต้องเสียรถถัง M4 7 คันจึงจะสามารถทำลาย Tiger ได้ 1 คัน แต่ปัจจัยที่ทำให้รถถังไทเกอร์ Tiger ไม่สามารถช่วยให้เยอรมันชนะสงครามได้ ก็จะมีหลายส่วนคล้ายๆกับที่เกิดกับ รถถัง Panzer แถมรถถัง Tiger ก็เป็นรถถังที่ผลิตได้ยากมาก บำรุงรักษาก็ยาก ป้อมปืนหมุนได้ช้า ไม่สามารถยิงปืนใหญ่ได้ในขณะเคลื่อนที่ ตลอดช่วงสงครามรถถัง Tiger ผลิตออกมาได้เพียง 1350 คัน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนรถถังหลักของกองทัพสัมพันธมิตร

MS Dom อาจจะคล้ายๆกับรถถัง Tiger ตรงที่เป็น MS ที่มีเกราะหนาและมีอาวุธที่หนักและรุนแรง และถูกผลิตเพื่อไว้ใช้สำหรับปฏิบัติภาระกิจเฉพาะ แต่เนื่องจากกว่าไม่มีข้อมูลที่แต่งไว้ชัดแจ้งว่า มันถูกผลิตออกมาเยอะขนาดไหนก็เลยคิดว่าคงเอามาเปรียบเทียบกันในเรื่องปริมาณผลิตไม่ได้


MS Gelgoog กับ รถถัง King Tiger ของเยอรมัน
รถถัง Panzer Mk-VII หรือ Tiger-II หรือ King Tiger เป็นสุดยอดรถถังของกองทัพเยอรมัน ที่ปรากฏออกมาในช่วงท้ายๆของสงคราม กองทัพเยอรมันยอมทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ด้วยการสร้างรถถังที่มีขนาดที่ใหญ่กว่า มีเกราะที่หนากว่า เมื่อเทียบกับรถถัง Tiger จนได้ออกมาเป็นสุดยอดรถถังชื่อ King Tiger และปรากฏให้เห็นในช่วงปลายๆปี ค.ศ. 1944 แม้ดูเหมือนว่ารถถัง King Tiger ดูจะไร้เทียมทานและสร้างความหวังใหม่ให้กับกองทัพเยอรมัน แต่จากการที่มันผลิตได้ยาก และเข้าประจำการล่าช้าเกินไป แถมช่วงนั้นอุตสาหกรรมต่างๆของเยอรมันก็เป็นอัมพาต ยุทธปัจจัยต่างๆก็หาได้ลำบาก เชื้อเพลิงก็ขาดแคลน เพราะรถถัง King Tiger นั้นกินเชื้อเพลิงมาก รวมทั้งสมรภูมิที่มันได้เข้าร่วมก็เป็นสมรภูมิในป่า ถนนเป็นดินโคลน ยากแก่การเคลื่อนที่ของรถถังขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขนาดนี้ รถถัง King Tiger บางคันต้องทำศึกจนไม่มีเชื้อเพลิงจะเติมและต้องทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของอีกฝ่าย ซ้ำร้ายยังตกเป็นเป้าของการโจมตีจากทางอากาศของกองทัพสัมพันธมิตรได้ง่าย ต้องเคลื่อนที่แต่ในเวลากลางคืนเท่านั้น วัตถุดิบที่นำมาสร้างรถถัง King Tiger 1 คันนั้นสามารถนำมาสร้างรถถัง Panzer ธรรมดาได้หลายคัน และด้วยความลำบากหลายอย่าง รถถัง King Tiger จึงถูกผลิตมาตลอดช่วงสงครามเพียงแค่ 490 คัน

MS Gelgoog ก็เหมือนกับรถถัง King Tigerเลย คือเป็นสุดยอด MS ของกองทัพซีอ้อน(ในรุ่นสายการผลิตปกติ ไม่ใช่รุ่นที่กำลังพัฒนา) มีความเร็วสูง เกราะที่แข็งแกร่ง ใช้ Beam Rifle ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มันถูกผลิตขึ้นในช่วงท้ายๆสงครามในปริมาณที่ต่ำมาก จึงไม่อาจที่จะช่วยให้ได้รับชัยชนะได้ สุดยอดนักบินของซีอ้อนหลายคน ก็จบชีวิตไปพร้อมกับ MS รุ่นนี้

====================
ก็เป็นอันจบสำหรับการเปรียบเทียบ MS ฝ่ายซีอ้อน จริงๆแล้ว MS ของฝ่ายซีอ้อน ก็ยังมีอีกหลายๆรุ่น แต่เจ้าพวกรุ่นดำน้ำ, พวก MA (โมบิล อาร์เมอร์) , พวกที่ใช้พลังจิตควบคุมอะไรนี่ มันดูจะเป็นการ์ตูนมากไปหน่อยเลยไม่มีอะไรจะเอามาให้เปรียบเทียบได้...เอาไว้ รอบต่อไปผมจะเขียนถึงเหล่า MS กระจอกๆทั้งหลายของกองทัพ Earth Federation (พันธมิตรโลก) บ้างว่า มันคล้ายกับ รถถังของกองทัพสัมพันธมิตร รุ่นใดบ้าง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยบอก big smile

แก้แล้วนะคะ question
#1  by  “★” Cha•Jin “★” At 2008-03-13 11:57, 
ไม่มีอั๊กไกรึ? open-mounthed smile
#2  by  Blade At 2008-03-13 12:47, 
นั่นสิ อั๊กไกล่ะ embarrassed
#3  by  Kei-kun At 2008-03-13 17:21, 
โอ้วข้อมูลสุดยอดconfused smile
#4  by  ~aMe~ At 2008-03-13 19:44, 

<< Home