ตั้งใจจะเขียนหลังจากผ่านงานบูมไปสักพัก เพราะอาจจะได้มีเวลาพิจารณาไตร่ตรองความคิดไปหลายๆรอบ แน่นอนก็เป็นเรื่องของความรู้สึกและสิ่งที่ได้พบเห็นผ่านงานคอสเพลย์ต่างๆตลอดทั้งปี ซึ่งจะผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่งแล้ว... มุมมองจากผมที่เห็นคอสเพลย์ครั้งแรกตอนปี 2541 และได้เริ่มเข้าสู่แวดวงในปี 2542 แป้บๆเดียวจะผ่านไปครบ 10 ปีแล้ว หลายๆสิ่งหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ก็จากที่ทราบกันดี เดี๋ยวนี้งานกิจกรรมต่างๆก็มักจะมีเรื่องของ Cosplay เข้ามาเกี่ยวด้วยมากมายขอให้เป็นเรื่องบันเทิงเถอะ แจมได้หมด สิ่งที่พบที่เห็นจากการที่ 1 ปีมีงาน 4 ครั้ง กลายเป็นใน 1 สัปดาห์มีงาน 1 ครั้ง แทบจะไม่รู้เรื่องแล้วว่าควรให้ความสำคัญกับงานไหนดี
ปีนี้ผ่านงาน VBK ผ่านงาน Boom ซึ่งพูดง่ายๆเลยว่าไปมันทุกปีตั้งแต่ที่มันจัดครั้งแรก มีปีนี้แหละที่ผมมองๆดูแล้วว่า งานมันดูเหงาๆและไม่เหมือนเดิมแล้ว โดยเฉพาะงานบูม !! ซึ่งสาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะว่ามันมีงานจัดแบบอภิมหาถี่ กันจนไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่สุดท้ายคุณค่าของมันก็ไม่ต่างกัน มันก็เลยดูเหมือนว่ากลายเป็นงานธรรมดาๆไปเลยอีกหนึ่งงานที่จัดขึ้นในแต่ละเดือน มองๆในสายตาผมปริมาณงานที่พอเหมาะพอควรสำหรับการจัดกิจกรรม Cosplay คือเดือนละหนกำลังพอเหมาะ 1 ปีก็มี 12 งาน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ใช้ได้ ช่วยให้ไม่เกิดการซ้ำซากน่าเบื่อ หรือเว้นว่างนานเกินไปให้คิดถึง อีกทั้งยังไม่ต้องเดือดร้อนในการต้องมาตัดชุด Cosplay แบบถี่ๆมากจนเกินจะรับภาระไหว เพราะยังไงๆมันก็ต้องใช้เงินลงทุน ทว่ายังไงก็ตามผมคงไปห้ามเหล่านักลงทุนผู้จะมาจัดงานไม่ได้หรอก ก็คงให้เขาศึกษาและดูกระแสตอบรับที่เกิดขึ้นด้วย เพราะผมคาดคะเนไว้ว่า ฟองสบู่มันกำลังจะแตกในไม่ช้า แล้วถ้ามันเกิดขึ้นมาจนทำให้งานคอสกลับไปเหลือปีละ 4 งาน มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้นะ (อันนี้ผมคิดเอาเอง)
เรื่องของการคอส พักหลังๆผมจะเห็นเด็กคอสตั้งกลุ่มตั้งทีมตั้งแกงค์อะไรขึ้นมา มันไม่เหมือนกับยุคผมที่กลุ่มมาจากกลุ่มการ์ตูนแล้วมีเรื่องของ Cosplay เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่นี่เห็นๆเด็กๆตั้งทีมมาเพื่อคอสแล้วก็ไปมีปัญหาแย่งตัวเพื่อนจากกลุ่มหนึ่งมาคอส มันก็กลายเป็นความบาดหมางใจกันไประหว่างคนสองกลุ่ม ผมเองก็งงๆกับอีแค่เรื่องแบบนี้มันต้องแย่งตัวคนคอสกันเลยหรือ ลำพังแค่ชวนๆมาคอสมันก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ถึงกับจะต้องห้อยป้ายตีตราตัวเองเอาไว้ว่าข้า "สังกัด" ทีมไหนกลุ่มไหนให้เหมือนฝูงปคุสัตว์เดินเข้าคอกจะดีกว่า เพราะ Cosplay ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ หรือว่ามีมุมมองที่ประเสริฐอะไรมากนักในสายตาของ "คนไทย"
"คนไทยหลายคนเป็นพวกยอมรับอะไรยากครับ..."
ต่อมาคือเรื่องของเหล่าตากล้อง ผมยังขำๆเลยครับเมื่อสัก 3-4 ปีก่อน ผมดูรูปการถ่าย Cosplay จากเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็เห็นตากล้องปริมาณมหาศาลไปรุมๆถ่ายเลเยอร์กันแบบจะจ้องให้ทะลุรูขุมขน ไม่ต้องรอนานผมเห็นภาพจริงๆเต็มสองตาที่เมืองไทย ผมไม่รู้เหมือนกันว่าการไปรุมๆถ่ายอาจจะเป็นการช่วยให้คนถ่ายภาพมีความสุขอย่างหนึ่ง การถ่ายคนสวยไม่ใช่เรื่องผิดถ้าเจ้าตัวเขายอมเต็มใจให้ถ่าย แต่ผมก็ไม่มั่นใจในพฤติกรรมของตากล้องหลายๆท่านที่ได้เห็นมาก ทั้งเรื่องถ่ายมุมแปลกๆ ถ่ายแคนดิตจากที่ไกลๆ หรือลากออกไปถ่ายเดี่ยว ก็ไม่เข้าใจแนวคิดของหลายๆท่านเหมือนกัน วันงานบูมผมเห็นตากล้องท่านหนึ่งเอากล้องวางถ่ายไว้ที่พื้นถ่ายเสยขึ้นมาแนวๆเหมือนพวกส่องถ่ายใต้กระโปรง ผมพูดไปตรงๆเลยถ่ายมุมนั้นมันจะได้ประโยชน์อะไรหรือ ? เขา(คนที่ถ่าย)พยายามมาชี้ๆให้ผมดูว่ามุมที่ถ่ายมันไม่โป๊ แต่ผมบอกว่า ผมไม่ดูหรอก ผมไม่สน เอารูปนั้นไปให้คนที่เป็นแบบให้คุณถ่ายดูเถอะ
"ผมอยากให้คุณคิดหน่อยว่า ถ้าคุณยืนดูคนที่เป็น น้องคุณ, แฟนคุณ, เพื่อนซี้คุณ, ญาติสนิทคุณ แต่งคอสแล้วมีตากล้องที่ไม่ได้รู้จักกันมาถ่ายในลักษณะแบบนั้น คุณจะคิดยังไง ?"
ยุคนี้เป็นยุคกล้องดิจิตอล คุณสามารถฝึกฝนการถ่ายรูปเป็นพันๆหมื่นๆรูปได้ในระยะเวลาอันสั้นด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมตามแต่เงินทุนที่คุณสามารถจะจ่ายได้ แต่ว่าเรื่องของประสพการณ์, มุมมองรวมถึงมารยาทและทัศนคติ ในการถ่ายภาพคุณไม่สามารถที่จะไปเร่งมันในระยะเวลาอันสั้นได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มีทางลัด คุณต้องเรียนรู้เอาจากสิ่งแวดล้อมทั้งหมดไม่เพียงแค่บรรยากาศที่คุณกดชัตเตอร์ออกมาเท่านั้น...
เลเยอร์บางคนผมรู้จักหน้า ถ่ายรูปกันแทบทุกงาน แต่ไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ !!
อยากให้คิดๆว่าคุณไปถ่ายคอสเพลย์นี่คุณถ่าย "คนที่มาคอส" หรือถ่าย "ตัวละครที่เขาคอส"
สุดท้ายเรื่องของพฤติกรรมในที่สาธารณะ มุมมองของฝ่ายที่มองคอสทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย ผมขอไม่พูดถึงก็แล้วกันแต่อยากให้เชื่อมั่น และพยายามมีจุดยืนในสิ่งที่ตนเองทำ พยายามคิดดี ทำในสิ่งที่ดีเข้าไว้ เรื่องสร้างศัตรูมันอาจจะหลีกไม่พ้นเพราะว่า การที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันมันมีอยู่ในทุกๆสังคม เพราะแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายที่ไม่เหมือนกัน บางอย่างปล่อยวางได้ก็ปล่อย ไม่ต้องไปคิดมากเดี๋ยวก็เครียดเปล่าๆ
สำหรับงาน MBK Cosplay สัปดาห์นี้ก็ยังชั่งๆใจอยู่ว่าจะไปดีไหม ? เพราะเดือนนี้งานมันเยอะมากๆ ไปติดๆกันก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แตกต่างอะไรกับงานอื่นๆเลย ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ครับ
ปล. มีบางคนสงสัยกับเรื่องคำศัพท์ในวงการบางคำที่ผมใช้นะครับ เลยจะขออธิบายไปซะเลย
เจิดจ้า = เป็นคำพูดที่ใช้กับ "เลเยอร์หญิง" ที่คอสเป็นตัวละครชายแล้วดูดีเลิศหรู อลังการ์ กว่าการคอสเป็นตัวละครหญิง
โฮก = เป็นอาการแสดงความอยากที่เกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก โดยไม่สามารถอธิบายเป็นคำอื่นๆได้ก็เลยอุทานว่า โฮกขึ้นมา (มีพื้นฐานมาจากพฤติกรรมสัตว์กินเนื้อ ขณะออกไปล่าเหยื่อ)
ไอด้อล = เป็นคำพูดที่ใช้กับ "เลเยอร์หญิงหรือชาย" ที่มีหน้าตาน่ารัก/ดี และเป็นขาประจำที่จะเจอกันในงานCosplay บ่อยๆ เป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก (ใกล้ๆกับการมีชื่อเสียงแต่ยังไม่ถึงขนาดนั้น) สิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นไอด้อลแล้วหรือยัง ก็คือ เวลาคนๆนั้นไปเดินงาน Cosplay แม้ว่าไม่ได้คอสก็ตาม ก็จะมีตากล้องจำนวนมากมายมาขอถ่ายรูปอยู่เช่นเดิม