หลายๆท่านที่อยู่ในแวดวงคอสเพลย์หรือการ์ตูน คงรู้กันแล้วนะครับว่า งาน Thailand Cosplay Award นั้น
เป็นหมันไปแล้ว
ซึ่งเรื่องต่อๆไปที่เกิดขึ้น ผมว่ามันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าใส่ใจแล้วล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ซีเรียสจริงจังอะไรกับเรื่องราวนี้มากนัก เรื่องในครั้งนี้พาให้ผมไปนึกถึงเรื่องราวของหลายๆคนที่เคยเกิดมาในอดีต คนเรามันโตมาไม่เหมือนกัน หลายคนก็โดนชักพาไปได้ง่ายโดยสิ่งแวดล้อม ผมอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมากๆเห็นเรื่องราวชายโรคจิต ข่มขืนนักเรียนสาวๆมาหลายเรื่องเหมือนกัน ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นในเมืองไทยจริงๆ แต่เชื่อผมเถอะมันมาถึงไทยนานแล้วและอีกไม่นานก็จะมีเหตุเกิดขึ้น เอ..ผม พล่ามไปไหนแล้วหว่า ว่าจะเขียนเรื่องราวย้อนรอยเกี่ยวกับงาน TCA นี่นา เข้าเรื่องๆ
มูลเหตุเกี่ยวกับเรื่องของงาน TCA มันเริ่มเกิดหลังงาน TAM2006 ที่อยู่ช่วงเดือน มกราคม คือเมื่อที่เว็บบอร์ด Pocket มีข่าวประกาศแจ้งว่า จะมีการจัดงานให้รางวัลคอสเพลย์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งประเทศไทย (เวลาไล่เรียงราวๆตอนประกาศรายชื่อภาพยนตร์ 5 อันดับที่เข้าชิงออสการ์ ที่อเมริกา)ผมก็เลยตั้งชื่อเรียกกันเล่นๆตอนแรกว่า "ออสการ์คอสเพลย์"
ต่อมาก็มีความสงสัยว่า งานนี้เป็นงานของใครจัด ก็ได้ทราบข้อมูลในทีแรกบอกเล่ามาว่า เป็นงานที่ "เด็กหอฮินาตะ" จะจัดขึ้น แต่สืบกันไปค้นกันมาได้ชื่อมาเป็น "บ. เรียลลิตี้ ไอเดีย จำกัด" เป็นผู้จัด เอาล่ะสิครับ ตอนนี้ได้ชื่อกระฉ่อนเข้ามาแทนที่ เพราะมันไปเกี่ยวโยงกับเรื่องอีกสองเรื่อง
1. เรื่องของงาน House of OTAKU ซึ่งจริงๆแล้ว เรื่องงานนี้เป็นงานที่จะจัดกันก่อนง่าน TCA เพราะช่วงนั้นกระแสรายการ เรียลลิตี้โชว์ บิ๊กบราเธอร์ / อาคาเดมี่แฟนตาเชีย กำลังดังมาก พวกคนของ Realityidea อยากจะจัดให้เป็นเรียลลิตี้โชว์ โดยให้คนไปดูพฤติกรรมของคนที่รักการ์ตูนมากๆ ว่าจะอยู่กันยังไง ตอนนั้นเรื่องนี้กระหึ่มมาก เพราะของรางวัลผู้ชนะนั้น เขาบอกว่ามีมูลค่าสูงมาก อาจจะเป็นตั๋วเครื่องบินไปอยู่ญี่ปุ่น หรือว่า รถเก๋งคันงาม แต่พอไปดูๆแล้ว ไม่มีข่าวคราว ไม่มีความคืบหน้าใดๆ แม้แต่หน้าเว็บไซต์ของ www.realityidea.com และที่ www.houseofotaku.com ก็ไม่มีอะไรแจ้งเลยนอกจากโลโก้กลางจออันนึง กระทั่งมี่กระทู้ใน PK แจ้งมาว่าจะเปิดสัมภาษณ์รับสมัครโอตาคุเข้าบ้าน ที่ โรงแรมอิมพีเรียลอิมพาล่า และผลตอบรับก็ออกมาตามคาด คนมาสัมภาษณ์รู้สึกจะมาไม่ถึง 10 คน แต่ละคนนี่พอผมทราบว่าเป็นใครแล้ว โอ้วสุดยอด เด็ดๆทั้งนั้น แต่หลังจากการรับสมัครตอนนั้นหลายเดือนเรื่องก็หายเงียบไป จนในที่สุดก็เป็นที่รู้กันดีว่า มันล่มไปแล้ว...
และเหตุจากงานนั้นเป็น จุดที่ผมประกาศตัวเองเป็นศัตรูกับไอ้ "เด็กหอฮินาตะ" ในทุกๆเรื่อง อย่างเป็นทางการเพราะด้วยกระทู้ที่ผมเขียนกับเรื่อง House of Otaku นี้ว่า..
NaiAmibios : Post ความเห็นที่ 13
แล้วคุณอยากจะภูมิใจกับคำว่า "โอตาคุ ยอดเยี่ยมแห่งปี" กันขนาดไหนล่ะ ?
เด็กหอฮินาตะ : Post ความเห็นที่ 18
ภูมิใจกว่าไปออกทีวีแล้วนั่งงกๆ พูดได้แค่คำๆ เดียวว่า "คอสเพลย์ไม่เกี่ยว" ล่ะครับ
จากกระทู้ใน Pocketonline
"เรื่องๆ นี้จึงเป็นสิ่งยืนยันให้กับตัวผมได้ว่า เด็กหอฮินาตะ เกี่ยวข้องกับ บ. เรียลลิตี้ไอเดีย แน่นอน แม้ปากมันจะบอกไปว่า ไม่ใช่งานของมัน แต่ผลที่เกิดขึ้นตามมาในภายหลัง ก็ไม่มีคนเขาเชื่อหรอก และดูเหมือนจะเริ่มส่อเค้าเป็นลางๆจากที่เห็นตอบในกระทู้ เรื่องของตอนผมไปออกถึงลูกถึงคนกับหลุมดำได้ว่า ท่าทางจะ เอาแต่เรื่องดีๆเข้าตัว ส่วนเรื่องชั่วๆให้คนอื่นเขาไปเถอะ"
2. เรื่องของงาน OTAKU FUN FAIR เชียงใหม่ ทีแรกผมก็เข้าใจว่าเป็นงานของหนังสือ OTAKU ของไอ้ "เด็กหอฮินาตะ" ที่ไปจัดที่เชียงใหม่ แต่หลังจากนั้นพอผมทราบมาจากเพื่อนที่กลับไปบ้านที่เชียงใหม่ก็พอว่า จริงๆแล้วงานนั้น เป็นงานของ "กลุ่มการ์ตูนเชียงใหม่" ที่เขาจัดขึ้นและมีความต้องการสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องเงินทุน จึงได้เชิญ ไอ้ "เด็กหอฮินาตะ" มาช่วยแต่ผลกลับกลายเป็นว่า กลายเป็นงานเข้าไปทำสัญญาจัดจ้างให้หนังสือ OTAKU ไปร่วมจัดงานและใช้ชื่อโฆษณางานทั้งหมด จนผมยังไม่รู้เลยว่าจริงๆมันคืองานของ "กลุ่มการ์ตูนเชียงใหม่" ร่วมจัดยังไม่พอครับ เห็นว่าทางกลุ่มการ์ตูนเชียงใหม่นั้น ต้องจ่ายเงินค่าจ้างเป็นเงินหลายบาทพอสมควร ผมไม่รู้ว่าทางคนที่เชียงใหม่ไปเซ็นสัญญาอะไรกันแบบไหนไว้ก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้รู้จักกับทางกลุ่มนั้นเลยก็เลยไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ในตอนนั้นของพวกเขาเท่าไหร่ และสงสัยว่า "จ่ายเงินไปได้ยังไง?" และมาในตอนหลังผมก็รู้ว่า เรื่องในการจัดงานนี้มีเรื่องของ บ. เรียลลิตี้ไอเดีย จำกัด และพนักงานตำแหน่ง Host & Co-Executive Producer / Assistant Production Manager ที่มีนามแฝงว่า Nightmare เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และเห็นมีคนบอกว่ามี นาย ช. มาเกี่ยวด้วยเหมือนกัน สรุปเลยมีคนตั้งชื่องานนี้ที่เชียงใหม่ มาว่า โอตาคุ "ฟัน" แฟร์ ผมไม่แน่ใจว่าพวกมันจะกลับไปจัดงานที่เชียงใหม่กันอีกหรือเปล่า ?
เมื่อมีเหตุฉาวโฉ่มาสองเรื่อง ทำให้ผมไม่ค่อยไว้วางใจกับงานนี้เท่าไหร่ จึงได้ตั้งคำถามหลายอย่างเข้าไป แต่ผมจะเน้นแต่ข้อมูลที่สามารถสืบค้นเองได้ก็คือ ข้อมูล บริษัท เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าบริษัท "เรียลลิตี้ ไอเดีย" ที่ใช้อ้างมาหลายงานใครเป็นเจ้าของ และมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ หาได้สักพักก็มีผลออกมาดังเช่นบลอคที่เขียนไว้ในครั้งก่อนๆ
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ชอบใจคือเรื่องที่เกิด เมื่อตอน ประกาศผลผู้เข้ารอบเข้าชิงรางวัล ที่ตัดสินมาจากหลักเกณฑ์อะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะในตอนแรกบอกจะใช้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกจากคอสเพลย์เยอร์ที่ได้รับรางวัลมาจากงานต่างๆในช่วงเวลา 1 ปี ประเภทเดี่ยว หรือ คนทำออพชั่น ผมไม่ค่อยคัดค้านเท่าไหร่ แต่มามีปัญหาตรงประเภททีม กับ ช่างภาพนี่สิ คาใจสุดๆ เพราะมันมีปัญหาบางอย่างที่ทราบมาว่าคือ ประเภททีม ไอ้คนจัดบอก ไม่ค่อยรู้จักใครที่ประกวดแล้วได้รางวัล แบบว่าหาคนมาไม่ได้เลยยัดๆคนไปให้เต็ม 5 ตำแหน่งเข้าชิง อันนี้ก็มาปรากฏชื่อของทีม กาโอไกการ์ กับ ทีม โยเกิร์ต..... ซึ่งทีมการ์โอไกการ์ ได้รางวัลจากการร้องคาราโอเกะ ไม่ใช่คอสเพลย์ ส่วนทีมโยเกิร์ตนั้น ตกรอบไม่ได้รางวัล แต่ก็ยังสามารถเข้ารอบมาได้(ยังไง) นี่แหละครับ มาตราฐานการตัดสิน และเห็นว่ามีกรณีที่คนเข้ารอบ 1-5 คน คนที่ 4 ไม่ว่างเข้าก็เลื่อนคนที่ 5 มาเป็นที่ 4 และจับเอาคนอื่นมาใส่เป็นที่ 5 ให้มันเต็มๆไป สุดยอดครับ!!
อีกอย่างคือเรื่องของประกวดช่างภาพคอสเพลย์ อันนี้ผมค่อนข้างเคืองใจพอสมควร สาเหตุจากอะไรน่ะหรือ ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเอาใครเข้ารอบดี หรือเข้ารอบยังไง เลยจับเอาคนที่รู้ๆจักในวงการถ่ายรูปคอสเพลย์(ซึ่งเป็นเพื่อนๆกัน) จากเว็บ CCATH และ ISC มารวมกันเป็น 5 คน โอเคครับคนที่อยู่ที่ CCATH ผมยังเคยเห็นผลงานของทุกคนมาบ้าง แต่ของที่ ISC อย่างน้อยสองคนล่ะครับที่ผมไม่เคยเห็นผลงานของพวกเขาเลย เพราะที่นั้นเขาเอา "กะลาเฉพาะสมาชิก" ครอบเอาไว้ไม่ให้คนภายนอกดู ไม่เคยมีผลงานประจักษ์ต่อสายตาคนภายนอก แล้วมันจะเป็นรางวัลมหาชนได้ยังไง ที่เว็บรูปถ่ายอื่นๆที่ผมเห็นจากที่เปิดต่างๆนั้น มีหลายท่านถ่ายได้อย่างยอดเยี่ยมมากกว่าบางคนที่ผ่านเข้ารอบเยอะ ทำไมไม่ไปติดต่อเขาบ้างแล้วเอาผลงานที่คุณให้ผ่านเข้ารอบมาประชันกันให้ทุกๆคนดูกันชัด ไม่ใช่ว่าหยิบเอาแต่คนรู้จักมาแล้วบอกว่า นี่แหละสุดยอดแล้วได้ผ่านเข้ารอบชิงประกวดงานหนึ่งที่จะใช้ชื่อว่า "แห่งประเทศไทย".....แบบนั้นมันกะลามากๆครับ
และหลังจากนั้นก็มีความพยายามหาความคืบหน้าในการจัดงาน ได้เห็นความพยายามจะดึงผู้สนับสนุนทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก เข้ามาร่วม มีการเอาชื่อร้านค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆมาใส่ให้เกิดความน่าเชื่อถือ แต่พอได้ไปถามจริงๆก็บอกว่า "ไม่เห็นรู้เรื่อง" ผมก็งง..นี่มันอะไรกัน?? กระทั่งจุดหักเหก็มาอยู่ที่เมเจอร์ ที่แม้จะได้คำตอบมาว่ามีการทำสัญญาจองไว้จริงๆ แต่ก็กลายเป็นมีประเด็นเรื่องของ นาย ช. ที่เป็นโต้โผจัดงานและเหมือนจะเป็นประธาน บ. เรียลลิตี้ไอเดีย แต่นาย ช. อายุ ไม่ถึง 18 ปี เรียนอยู่ ม. 5 ที่ ร.ร. สวนกุหลาบนนทบุรี แต่ก็เที่ยวไปบอกว่า ตน อายุ 22 ปี จบจาก ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ด้าน สื่อสารมวลชน และ ภาพยนตร์ (มันมีคณะนี้ ซะที่ไหนกันละครับ) แล้วก็เลยมีการตามเรื่องหลายๆเรื่องมา และมีการโทรไปเข้าข่ายลักษณะข่มขู่ผู้ที่ได้เข้ารอบบางคน โดยเฉพาะคอสเพลย์หญิง ซึ่งอันนี้ผมเองไม่ได้ถือเป็นสาระสำคัญ เพราะไม่รู้ว่าเขาพูดกันยังไง จนมาถึงนาทีสุดท้าย เว็บไซต์ของ TCA ประกาศแจ้งว่า บ. เรียลิตี้ไอ้เดีย (ตอนนี้ ล ลิง หายไปแล้วตัวนึง) ยังไม่ได้จ่ายเงิน..แล้วเรื่องก็เป็นอัน จบลง...ซึ่งดูได้จากกระทู้ต่างๆดังนี้
บลอคของ นาย ช.
All Final
Pocket
บลอคของ Azure
ส่วนเรื่องอื่นๆที่มาใน ลักษณะโจรแตกรังนั้น ขอไม่พูดถึงเก็บไว้คนเดียวดีกว่า....เพราะผมเห็นแล้วก็รู้สึกสมเพชครับ อ้อ จะบอกอีกอย่างว่า พวกเพื่อนๆผมนี่แหละที่เป็นคนช่วย ผลักดันและจัดงาน LoveHina ที่เดอะมอลล์บางกะปิให้เกิดขึ้นได้ ถ้าพวกผมไม่ไปช่วยคิดหรือว่างานจะสำเร็จ ข้าวก็ไม่มีเลี้ยง เงินไม่มีจ่าย บางอย่างก็ช่วยออกเงินให้ แถมด้วยแฟนสับอีกต่างหาก พวกผมไม่ได้ไปกินไดโดม่อนฉลองความสำเร็จกับประธานคนเสพฯอย่างบางคน แต่รู้ว่า ที่มาที่ไปเบื้องหลังและความบัดซบมันเป็นมายังไง น้องๆที่ช่วยกันทำหัวจนตีหนึ่งตีสอง ตอนนั้นพี่ก็ช่วยจัดเตรียมสถานที่และยืนดูน้องๆไชโยโห่หิ้วที่เอาหัวไปติดบนเวทีสำเร็จ จนกลับบ้านกันตีสามนะครับ....
แล้วถ้ามันจะมีอะไรที่ดูแล้วไม่น่าชอบมาพากล และไม่เป็นการดี ก็อาจจะมีการกดดันแบบนี้มาอีกรอบ วงการการ์ตูนแม้จะดูกว้าง แต่จริงๆมันแคบนะครับ รู้ว่าเป็นใครทำอะไรยังไงกันหมด ถ้าจะมีอะไรมาอีกล่ะก็ ขอให้นึกถึงเสียงจากเกม CS ภาษาไทยสักนิดที่พูดว่า
"พร้อมจะลุยมานานแล้ว"
) แล้วคนพวกนี้ก็มักจะทำให้คนที่เป็นสปอนเซอร์พากันเข็ดขยาดกับวงการการ์ตูนจนพอตอนหลังเริ่มมีคนคิดจะทำอะไรดีๆ แล้วไปขอสปอนเซอร์มั่งเขาก็ส่ายหัวกันหมดเพราะโดนพวกก่อนๆ ทำทำชื่อซะเสียไปหมดแล้ว